ประวัติของคอลลาเจนที่ศึกษาไว้ไม่เสียหาย

อย่างไรก็ตามก่อนพฤษภาคม 2009 รุ่นก่อนหน้าของคอลลาเจนที่ใช้งานทางชีวเคมียังไม่ได้ค้นพบความรู้สึก ในปีพ. ศ. 2545 งานวิจัยเบื้องต้นได้มาถึงการจัดเตรียมคอลลาเจนที่ใช้งานได้โดยการจองห้องพักว่ากิจกรรมทางชีวเคมีจะแสดงเฉพาะในช่วงอุณหภูมิ 41 และ 59 องศาฟาเรนไฮต์ นอกจากนั้นโมเลกุลคอลลาเจนจะแตกออกเป็นส่วน ๆ เป็นปัญหาสำคัญสำหรับนักวิจัย อย่างไรก็ตามการติดตามผลการศึกษายังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีที่สำคัญอีกขั้นหนึ่งซึ่งนำโครงการไปสู่ทิศทางใหม่

ในปี 2009 ผู้ผลิตรายแรกของสารประกอบที่ใช้งานได้พบว่ามีการเตรียมคอลลาเจนที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยมีคุณสมบัติในการรักษาอย่างมาก ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรโมเลกุลคอลลาเจนได้รับความเสถียร (รวมตัวกัน) ด้วยกลไกเสริมซึ่งใช้กลไกการเสริมแรงของไฮโดรเจนซึ่งเชื่อมโยงกับโมเลกุลคอลลาเจน hydroxylated รุ่นของกรดอะมิโน proline เป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนคอลลาเจน เมื่อรวมกันและเชื่อมโยงกับคอลลาเจนแล้วจะช่วยเสริมโมเลกุลขนาดใหญ่ทำให้โครงสร้างของเนื้อเยื่อสมบูรณ์และมีคุณค่ามากที่สุด

แรงต่อระหว่างโมเลกุลที่มีประสิทธิภาพ (พันธะไฮโดรเจน) ที่เสริมสร้างโครงสร้างโมเลกุลของเป็นแรงที่ใช้งานเดียวกันซึ่งดึงดูดโมเลกุลให้กับเมทริกซ์โปรตีนของผิว จุดดึงดูดความสนใจทำหน้าที่เป็นสารเคมีที่จับบนผิวของเซลล์เมทริกซ์เช่นแม่เหล็กดึงมันแน่นและเสริมสร้างการกำหนดค่าโปรตีนพื้นฐานที่ขาดแคลนช่วยให้เซลล์ผิวหลุดออกจากการจัดตำแหน่ง

นอกจากความสามารถในการรวมกันและดูดซับเข้าสู่เซลล์ผิวของเซลล์ได้อย่างที่ Harry Klenda ประธาน BCI ชี้ให้เห็นว่าการวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าสารประกอบคอลลาเจนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นตัวกลางและป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระ

สิ่งของที่เหมาะระมัดระวังไม่ว่าจักใช้ครีมหน้าขาวใสหรือเปล่าก็ตาม

กระบวนการในการล้างหน้า ชำระล้างผิวนั้น ไม่น่าจะใช้เวลามากเกินไป เพราะจะทำให้เซลล์ผิวหน้าสัมผัสกับสารคลอรีนที่ผสมมาในน้ำก๊อกนั้น ซึ่งจะมิทำให้เกิดผลดีกับผิวหน้าเราอย่างแน่แท้ และพึงจะต้องล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น แค่อุณหภูมิของน้ำต้องอุ่นแต่พอดิบพอดี  มิน่าจะล้างหน้าด้วยน้ำร้อน เนื่องด้วยความร้อนที่พร่ำเพรื่อนั้น จะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัยได้ รวมถึงทำเอาใบหน้าของเรานั้นแห้งได้ด้วยอีกด้วย

ซึ่งทั้งหมดโดยปกติคนเราจะชำระล้างร่าง ในระยะเวลา เช้า-เย็น ซึ่งการล้างหน้าล้างตา ที่ดีก็ควรเป็นช่วงเวลาสองเวลานี้แระ ในการล้างหน้าเราควรจำเป็นจะต้องเบาไม้เบามือเพราะหน้าคือบริเวณที่ความเบาบางมากกว่าที่อื่นๆ ลูบไล้เจล โฟม สบู่ล้างหน้าล้างตาเบา ๆ ให้ทั่วหน้า แล้วทำความสะอาดออกด้วยน้ำเปล่า

หลังจากการล้างหน้าแล้ว เราจึงสมควรซับหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนู จะช่วยทำให้ผิวไม่หยาบกร้าน ถ้าถูใบหน้าจะทำเอาผิวหน้าเกิดความแข็งได้ อีกทั้งเมื่อเราทำการล้างหน้าล้างตาแล้ว จึงควรจะทาครีมหน้าขาวใสเพื่อให้ถนอมผิวให้มีความเบิกบานอยู่เสมอเพื่อให้หน้าตานั้นมีการผลัดเซลล์พร้อมทั้งได้ผิวที่สวยมากขึ้น

ดังนี้การชโลมครีมขาวหน้าใสเรามิสามารถจะทราบได้ว่าเหมาะกับหน้าตาเราหรือไม่ก็เพราะว่าการแปรเปลี่ยนนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เนื่องจากว่าสภาพผิวด้วยที่อาจผิดแผกแตกต่างกัน จึงทำให้ต้องรอบคอบในการใช้งาน